วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตรรกศาสตร์


ประพจน์
ประพจน์ คือประโยคหรือข้อความที่อยู่ในรูปประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธที่เป็นจริงหรือเป็นเท็จอย่างใดอย่างหนึ่ง
ตัวอย่าง
 เชียงใหม่เป็นจังหวัดทางภาคใต้   เป็นประพจน์ เพราะเป็นประโยคบอกเล่าที่เป็นเท็จ
ใครทำจานแตก  ไม่เป็นประพจน์ เพราะเป็นประโยคคำถามและบอกไม่ได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ
• -1 ไม่เป็นจำนวนเต็มบวก เป็นประพจน์ เพราะเป็นประโยคปฏิเสธที่มีค่าความจริงเป็นจริง
นั่นคือ ประโยคคำถาม คำสั่ง ขอร้อง คำอุทาน หรือประโยคที่ไม่สามารถระบุค่าความจริงได้ ไม่เป็นประพจน์


ตัวเชื่อมประพจน์ และค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเชื่อม
กำหนดให้ p และ q เป็นประพจน์ใดๆ
เราสามารถเชื่อมประพจน์ทั้งสองเข้าด้วยกันได้ โดยอาศัยตัวเชื่อมประพจน์ดังต่อไปนี้

1.  ตัวเชื่อมประพจน์ "และ"
การเชื่อม p และ q เข้าด้วยกันด้วยตัวเชื่อมประพจน์ "และ" สามารถเขียนแทนได้ด้วยสัญลักษณ์ p q ซึ่งจะมีค่าความจริงเป็นจริง (T) เมื่อ p และ q มีค่าความจริงเป็นจริง (T) ทั้งคู่ นอกนั้นมีค่าความจริงเป็นเท็จ (F)
2.  ตัวเชื่อมประพจน์ "หรือ" การเชื่อม p และ q เข้าด้วยกันด้วยตัวเชื่อมประพจน์ "หรือ" สามารถเขียนแทนได้ด้วยสัญลักษณ์ p q ซึ่งจะมีค่าความจริงเป็นเท็จ (F) เมื่อ p และ q มีค่าความจริงเป็นเท็จ (F) ทั้งคู่ นอกนั้นมีค่าความจริงเป็นจริง (T)
3.  ตัวเชื่อมประพจน์ "ถ้า...แล้ว"
การเชื่อม p และ q เข้าด้วยกันด้วยตัวเชื่อมประพจน์ "ถ้า...แล้ว" สามารถเขียนแทนได้ด้วยสัญลักษณ์ p q ซึ่งจะมีค่าความจริงเป็นเท็จ (F) เมื่อ p เป็นจริง (T) และ q เป็นเท็จ (F) นอกนั้นมีค่าความจริงเป็นจริง (T)
4.  ตัวเชื่อมประพจน์ "ก็ต่อเมื่อ"

การเชื่อม p และ q เข้าด้วยกันด้วยตัวเชื่อมประพจน์ "ก็ต่อเมื่อ" สามารถเขียนแทนได้ด้วยสัญลักษณ์ p q ซึ่งจะมีค่าความจริงเป็นจริง (T) เมื่อ p และ q มีค่าความจริงตรงกัน และจะมีค่าความจริงเป็นเท็จ (F) เมื่อ p และ q มีค่าความจริงตรงข้ามกัน
5.  นิเสธของประพจน์
นิเสธของประพจน์ใดๆ คือ ประพจน์ที่มีค่าความจริงตรงกันข้ามกับประพจน์นั้นๆ และสามารถเขียนแทนนิเสธของ p ได้ด้วย ~p



ประพจน์ที่สมมูลกัน และประพจน์ที่เป็นนิเสธกัน
ประพจน์ที่สมมูลกัน
ประพจน์ 2 ประพจน์จะสมมูลกัน ก็ต่อเมื่อ ประพจน์ทั้งสองมีค่าความจริงเหมือนกัน ทุกกรณีของค่าความจริงของประพจน์ย่อย
ตัวอย่างประพจน์ที่สมมูลกันที่ควรทราบ มีดังนี้
p q
  สมมูลกับ
q p
p q
 สมมูลกับ
q p
(p q) r
 สมมูลกับ
p (q r)
(p q) r
 สมมูลกับ
p (q r)
p (q r)
 สมมูลกับ
(p q) ( p r)
p (q r)
 สมมูลกับ
(p q) ( p r)
p q
 สมมูลกับ
~p q
p q
 สมมูลกับ
~q ~p
p q
 สมมูลกับ
(p q) (q p)

ประพจน์ที่เป็นนิเสธกัน
ประพจน์ 2 ประพจน์เป็นนิเสธกัน ก็ต่อเมื่อ ประพจน์ทั้งสองมีค่าความจริงตรงข้ามกันทุกกรณีของค่าความจริงของประพจน์ย่อย
ตัวอย่างประพจน์ที่เป็นนิเสธกันที่ควรทราบ มีดังนี้



~(p q)
สมมูลกับ
~p ~q
~(p q)
สมมูลกับ
~p ~q
~(p q)
สมมูลกับ
p ~q
~(p q)
สมมูลกับ
(p ~q) (q ~p)
~(p q)
สมมูลกับ
(p ~q) ( q ~p)


พิสูจน์ประพจน์ที่สมมูลกัน
ประพจน์ 2 ประพจน์จะสมมูลกัน ก็ต่อเมื่อ ประพจน์ทั้งสองมีค่าความจริงเหมือนกัน ทุกกรณีของค่าความจริงของประพจน์ย่อย
ตัวอย่างประพจน์ที่สมมูลกันที่ควรทราบ มีดังนี้

p q
  สมมูลกับ
q p
p q
 สมมูลกับ
q p
(p q) r
 สมมูลกับ
p (q r)
(p q) r
 สมมูลกับ
p (q r)
p (q r)
 สมมูลกับ
(p q) ( p r)
p (q r)
 สมมูลกับ
(p q) ( p r)
p q
 สมมูลกับ
~p q
p q
 สมมูลกับ
~q ~p
p q
 สมมูลกับ
(p q) (q p)

ประพจน์ที่เป็นนิเสธกัน
ประพจน์ 2 ประพจน์เป็นนิเสธกัน ก็ต่อเมื่อ ประพจน์ทั้งสองมีค่าความจริงตรงข้ามกันทุกกรณีของค่าความจริงของประพจน์ย่อย
ตัวอย่างประพจน์ที่เป็นนิเสธกันที่ควรทราบ มีดังนี้

~(p q)
 สมมูลกับ
~p ~q
~(p q)
 สมมูลกับ
~p ~q
~(p q)
 สมมูลกับ
p ~q
~(p q)
 สมมูลกับ
(p ~q) (q ~p)
~(p q)
 สมมูลกับ
(p ~q) ( q ~p)

พิสูจน์

จะเห็นว่า p q สมมูลกับ q p
         ~(p q) สมมูลกับ ~p ~q เป็นนิเสธของ p q



ทีมา  http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/math04/07/2/BasicMathForM4/set.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น